HOSPITAL HOTLINE

โทรศัพท์
:
+66 3310 8999, +66 3892 1999
, หรือ
1719
(LOCAL CALLS)
   

 ศูนย์และคลินิก

ศูนย์และคลินิก

แผนกตา

การให้บริการ
 
·         จักษุวิทยาเฉพาะทาง
·         กระจกตา (Cornea and Refractive Surgery)
·         จักษุวิทยาโรคต้อหิน (Glaucoma)
·         ศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง (Occuloplastic and Recontractive Surgery
·         จักษุวิทยาจอตาและวุ้นตา (Retina and Vitreous)
 
ให้บริการตรวจรักษาและผ่าตัดโรคทางตาทั่วไป อาทิเช่น 

• ตรวจวัดสายตาที่ผิดปกติ และประกอบแว่น
• ตรวจสุขภาพทางตาทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ตรวจสุขภาพตาก่อนเข้า ทำงาน และตรวจสุขภาพตาเพื่อขอใบอนุญาตขับขี่
• โรคตาแห้ง ต้อลม ต้อเนื้อ เยื่อบุตาขาวอักเสบ แผลบนกระจกตา กระจกตาอักเสบ และความผิดปกติของกระจกตา
• โรคของหนังตา หนังตาตก หนังตาหย่อน หนังตาม้วน หนังตาปิดไม่สนิท ตากุ้งยิง ความผิดปกติของขนตา ความผิดปกติของท่อระบายน้ำตา และศัลยกรรมความงามของหนังตา
• โรคกล้ามเนื้อตา ตาเหล่ ตาเข และความผิดปกติของการกลอกตา
• การผ่าตัดลอกต้อเนื้อ/ ต้อกระจก
 
สิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีทางการแพทย์ของเรา
 
ห้องตรวจและเครื่องมือแพทย์
การตรวจพิเศษ เช่น 
• การวัดสายตา (Auto refractometer) และการวัดความดันภายในลูกตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (Air-puff tonometer)
• การถ่ายรูปจอประสาทตาและขั้วประสาทตา (Fundus camera)
• การตรวจวิเคราะห์ลานสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (Automated perimetry/visual field analysis)
การใช้แสงเลเซอร์ในการรักษาโรคทางตา เช่น
• การใช้แสงเลเซอร์ในการสลายถุงหุ้มเลนส์ขุ่น (YAG capsulotomy) ในผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก
• การใช้แสงเลเซอร์เจาะรูบนม่านตาเพื่อทำทางระบายน้ำภายในลูกตา (YAG iridotomy)
• การใช้แสงเลเซอร์รักษาโรคต้อหิน (Laser trabeculoplasty)
• การใช้แสงเลเซอร์รักษาโรคทางจอประสาทตาและเบาหวานขึ้นจอตา (Pattern scan photocoagulation)
นอกจากนี้ศูนย์จักษุยังมีบริการให้คำปรึกษาและร่วมรักษาโรคทางตากับศูนย์การแพทย์อื่นในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและยกระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยทุกท่านซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดที่เราตั้งไว้
 
Oculoplastic Specialist   คือจักษุแพทย์ เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญปัญหาโรคของเปลือกตา ท่อน้ำตา และโรคของเบ้าตา เป็นพิเศษ
  
 
โรคและความผิดปกติที่ให้การรักษาความผิดปกติเปลือกตา
   
-เปลือกตาตกหย่อน
-เปลือกตาม้วนเข้าใน
-เปลือกตาม้วนออกนอก
-เปลือกตากระตุก


 โรคและความผิดปกติของระบบน้ำตาและระบบท่อน้ำตา
 
-ท่อน้ำตาอุดตัน (ในเด็กและผู้ใหญ่)
-โรคท่อน้ำตาอักเสบ
-ภาวะตาแห้งมากและโรคเปลือกตาอักเสบเรื้อรัง
-ต่อมน้ำตาอักเสบ
-ความผิดปกติของเบ้าตา
-ตาโปนจากภาวะไทรอยด์
-เนื้องอกที่เบ้าตา
-การบาดเจ็บและอุบัติเหตุที่เบ้าตา
-ความผิดปกติอื่นๆ
-การบาดเจ็บและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนัยน์ตา เปลือกตา และท่อน้ำตาอย่างรุนแรง
 
จอตา หรือ จอประสาทตา (Retina) จอตา (Retina  หรือ เรตินา หรือบางท่านเรียกว่าจอประสาทตา

โรคต่างๆของจอตามีอะไรบ้าง
-โรคของจอตา โรคจอตา (Retinal disease)
-เบาหวานขึ้นตา เบาหวานกินตา (Diabetic retinopathy)
-โรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age-related macular degeneration หรือ AMD)
-หลอดเลือดดำจอตาอุดตัน โรคซีอาร์วีโอ (Central retinal vein occlusion หรือ CRVO)
-พังผืดที่จอตา (Epiretinal membrane)
-โรคจอตาหลุดลอก อาร์อาร์ดี (Rhegmatogenous retinal detachment หรือ RRD)
-จอตาผิดปกติในทารกคลอดก่อนกำหนด (โรคอาร์โอพี) Retinopathy of Prematurity (ROP)
-โรคตา โรคทางตา (Eye disease)
 
 
โรคกระจกตา 
อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดกระจกตาอักเสบ
 
- มีความผิดปกติของตา เช่น ผู้ที่มีเปลือกตา หนังตาอักเสบเรื้อรัง ตาแห้ง ขนตาเกเข้าไปในตา ตาโปน ตาหลับไม่สนิท หนังตาปิดไม่สนิทเมื่อหลับตา จากอัมพาตของเส้นประสาทสมองเส้นที่  7 จึงเกิดการติดเชื้อได้ง่ายต่อกระจกตา
- ปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่สกปรก มีฝุ่นหรือที่เสี่ยงอันตรายต่อตา เช่น ทำงานในโรงงานที่เสี่ยงต่อสารพิษหรือสารเคมีเข้าตา ช่างก่อสร้างที่มีโอกาสถูกของมีคม ดิน หิน กระเด็นเข้าตา เกษตรกรถูกใบไม้ กิ่งไม้บาดตา ทิ่มตา
- การใช้คอนแทคเลนส์
- มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคผิดปกติ  เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคทางกายเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ผู้ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ทุพพลภาพ ผู้ป่วยโรคเอดส์ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย รวมทั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุต่างๆที่ตาร่วมด้วย
-  มีการอักเสบที่ลามมาจากอวัยวะใกล้เคียง เช่น จากหนังตาอักเสบเรื้อรัง  จากเยื่อตาอักเสบที่บางชนิดลามมายังกระจกตาได้
 
กระจกตาอักเสบมีอาการอย่างไร
ปวดตา เจ็บตา ตาแดง ตาสู้แสงไม่ได้/ตากลัวแสง   น้ำตาไหลตลอดเวลา นอกจากนั้น มักจะร่วมกับมี ขี้ตา และสายตาอาจมัวลง ถ้ามีแผลใหญ่ หรือแผลอยู่ตรงกลางกระจกตา
 
ต้อหิน (Glaucoma)...ภัยเงียบคุกคามสายตาคุณ
ประเทศไทยยังเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของโรคตาบอดที่รักษาไม่ได้  
                 ในประเทศที่เจริญแล้วเกือบครึ่งที่ยังไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้ และในประเทศไทย
อาจมีคนที่เป็นต้อหินแต่ไม่ทราบว่าตนเองเป็นอยู่สูงถึง 90% คุณทราบได้อย่างไรว่าคุณไม่เป็นหนึ่งในนั้น
 
สาเหตุเกิดจาก
                ขั้วประสาทตาถูกทำลาย ผู้ป่วยจะค่อย ๆ สูญเสียการมองเห็นไปอย่างช้า ๆ โดยจะเสียจากบริเวณรอบนอกก่อน หรือที่เราเรียกว่าลานสายตา เนื่องจากการผิดปกติของการมองเห็นในต้อหินเริ่มต้นจากลานสายตาจากด้านนอกเข้าหาด้านใน จึงทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ในระยะแรก อาจจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ 

ใครบ้างที่เสี่ยง
• ผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
• บุคคลที่มีประวัติญาติพี่น้องเป็นโรคต้อหิน
• ผู้เป็นเบาหวาน
• สายตาสั้นหรือยาวมาก ๆ 
• เคยมีประวัติได้รับอุบัติเหตุ หรือเคยผ่าตัดทางตา
• เป็นโรคเรื้อรังบางอย่างทางตา เช่น ม่านตาอักเสบ
• ซื้อยาหยอดตาพวกสเตียรอยด์มาใช้เองเป็นประจำ

การป้องกันและรักษาโรคต้อหินที่ดีที่สุด คือ การตรวจตาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง สำหรับคนที่มีความเสี่ยง เพื่อที่จะได้ทำการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ๆ เป็นการป้องกันการตาบอดจากโรคต้อหินได้ดีที่สุด